วันอาทิตย์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2561

กลับมาแล้ว Mega Man 11 หรือที่รู้จักกันในชื่อ Rockman เกมส์สุดฮิตที่เราคุ้นตา



กลับมาแล้ว Mega Man 11 หรือที่รู้จักกันในชื่อ Rockman เกมส์สุดฮิตที่เราคุ้นตา        

     เวลากว่า 8 ปีแล้ว ที่ Capcom ปล่อยเกมส์ Mega man 10 ทิ้งไว้ให้เราเล่น ซึ่งเรารอคอยที่จะได้เล่นภาคต่อไปแล้ว ตอนนี้ Capcom ได้ตอบสนองความต้องการของแฟนเกมส์แล้ว คือการเปิดตัวเกมส์ Mega man 11 ซึ่งมีการพัฒนาจากภาคก่อน โดยจะมีการตั้งค่าระดับความยาก แบ่งเป็น Newcomer (มือใหม่), Normal (ปานกลาง) และ Superhero (มืออาชีพ) ซึ่งเมื่อคุณเล่นโหมด  มือใหม่ ตัวละครของคุณจะมีชีวิตอมตะ อึกทั้งระบบต่างๆที่เพิ่มขึ้นให้ดูน่าเล่นและสมกับที่เรารอคอย
Blue Bomber หรือพ่อหนุ่มร็อคแมนของเรา จะมีเครื่องมือกลไกใหม่ๆ อีกทั้งการชาร์จยิงและการสไลด์ก็จะกลับมาอีกด้วย การกระโดดข้ามกำแพงและการพุ่งตัวไปข้างหน้าจะถูกนำออกไป แต่ว่าสิ่งที่เพิ่มมาคือ Rush (สุนัขหุ่นยนต์) จะเรียกได้ง่ายขึ้นเพียงการแลกกับพลังงานส่วนหนึ่งโดยการกดปุ่มสามเหลี่ยม (ถ้าเป็นจอย Xbox จะเป็นปุ่ม Y) จากนั้นคุณก็จะสามารถขึ้นขี่มันแล้วลอยไปในอากาศ ยังมีการเพิ่มพลังให้ปืนอีกด้วย
Mega man ภาคนี้ น่าจะทำออกมาได้ถูกใจแฟนเกมส์ ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมหรือกราฟฟิกของตัวละครที่ได้การพัฒนามากขึ้น ซึ่งคิดว่าน่าจะคุ้มค่าต่อการรอคอยมาถึง 8 ปี

ความคิดเห็น:น่าจะเป็นเรื่องที่ดีสำหรับคนที่ติดตามเกมนี้

เยี่ยมเลย! ผลการวิจัยเผยเทคโนโลยี VR ช่วยให้เราจดจำข้อมูลได้ดียิ่งขึ้น


เยี่ยมเลย! ผลการวิจัยเผยเทคโนโลยี VR ช่วยให้เราจดจำข้อมูลได้ดียิ่งขึ้น
ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Maryland เผยว่า การจดจำข้อมูลผ่านการนำเสนอด้วยระบบเทคโนโลยีภาพเสมือนจริง VR (Virtual Reality) ได้ผลที่ดีกว่าการจดจำข้อมูลรูปแบบสองมิติบนเครื่องคอมพิวเตอร์ ดังนั้นการพัฒนาเทคโนโลยี VR เพื่อนำมาใช้ในการศึกษาเรียนรู้ผ่านสื่อต่างๆ ทั้งแท็บเล็ต และอุปกรณ์อื่นๆ คงจะเกิดประโยชน์เป็นอย่างมากเลยทีเดียว
Amitabh Varshney คณบดีของสาขาคอมพิวเตอร์ คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ธรรมชาติของมหาวิทยาลัย Maryland เผยว่า “ข้อมูลเรื่องนี้เป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้น เพราะมันแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีภาพเสมือนจริงจะเป็นทางเลือกใหม่เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นในด้านการศึกษาเรียนรู้ และการฝึกอบรมระดับสูง”
ในการทดสอบ ทีมนักวิจัยใช้การสร้าง Memory Palace (เทคนิคการจดจำที่ใช้การจำลองสถานที่มาช่วยในการจดจำข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ได้ดีขึ้น) โดยในขั้นตอนแรก ผู้เข้าร่วมทดสอบทั้งกลุ่มที่ใช้คอมพิวเตอร์ธรรมดา และกลุ่มที่ใช้เทคโนโลยี VR ต้องทำความคุ้นเคยด้วยตัวเองกับรูปภาพใบหน้าของบุคคลที่มีชื่อเสียง เช่น Abraham Lincoln, Dalai Lama, Arnold Schwarzenegger และ Marilyn Monroe เป็นต้น จากนั้นทีมนักวิจัยจะใช้ Memory Palace ที่จำลอง 2 สถานที่ นั่นคือ ห้องภายในพระราชวังหรูหรา และมุมมองภายนอกเมืองในยุคสมัยกลาง โดยผู้เข้าร่วมทดสอบมีหน้าที่จดจำตำแหน่งของแต่ละรูปใบหน้าที่ปรากฏในสถานที่นั้น เช่น รูปของ Oprah Winfrey อยู่ด้านบนของบันไดใหญ่ภายในพระราชวัง ในขณะที่รูปของ Hillary Clinton อยู่ด้านซ้ายของอาคารในเมืองยุคกลาง เป็นต้น
เมื่อหมดเวลาฉากจะเปลี่ยนเป็นว่างเปล่าเพื่อการหยุดพัก หลังจากนั้นฉากสถานที่เดิมจะปรากฏขึ้นแต่รูปภาพใบหน้าถูกเปลี่ยนเป็นตัวเลขแทน ผู้เข้าร่วมทดสอบมีหน้าที่บอกว่าตัวเลขในแต่ละจุดเคยเป็นรูปภาพใบหน้าของใครมาก่อน ซึ่งทางทีมวิจัยเผยว่ากุญแจสำคัญของการทดสอบคือ การที่ผู้เข้าร่วมทดสอบสามารถระบุแต่ละรูปใบหน้าได้ โดยใช้ข้อมูลที่สัมพันธ์กันระหว่างตำแหน่งที่อยู่ภาพในแต่ละสถานที่ ร่วมกับโครงสร้างของใบหน้า
ผลการวิจัยได้ข้อสรุปว่า ผู้ที่ใช้เทคโนโลยี VR สามารถจดจำข้อมูลได้ดีกว่าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติโดย 40 % ของผู้เข้าร่วมวิจัยได้คะแนนการจดจำด้วยเทคโนโลยี VR มากกว่าการจดจำผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างน้อย 10 % ของคะแนนการจดจำ อีกทั้งผู้เข้าร่วมการทดสอบหลายๆ คนยังบอกอีกว่า การใช้เทคโนโลยี VR ช่วยให้พวกเขาโฟกัสข้อมูลได้ดีขึ้น โดยทางทีมวิจัยเชื่อว่า เทคโนโลยี VR ช่วยเพิ่มความเสมือนจริงไปอีกขั้นหนึ่ง ทำให้สมองของคนเราสามารถสร้าง Memory Palace ได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม

ความคิดเห็น:คิดว่ามีส่วนดีที่เทคโนโลยีพัฒนาแต่บางทีถ้าใช้มากๆแล้วเราอาจจะใช้ชีวิตลำบากถ้าขาดมัน




ที่มา

วันอาทิตย์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2561



Asus เปิดตัว ZenBook S ด้วยการออกแบบบานพับที่เป็นเอกลักษณ์ พิมพ์สบายไม่เหมือนใคร


                    
              Asus เปิดตัว ZenBook S โน๊ตบุ๊คดีไซน์บางเฉียบ ที่มาพร้อมกับบานพับแบบ ErgoLift
 มุมคีย์บอร์ดลาดเอียง 5.5 องศา สะดวกสบายแม้พิมพ์งานเป็นเวลานาน โดยลักษณะพิเศษของบานพับนี้เมื่อเรากางโน๊ตบุ๊คออกจะมีพื้นที่ว่างด้านล่างของเครื่อง ซึ่งจะช่วยในเรื่องของการระบายความร้อนได้ดีอีกด้วยนอกจากนี้ ASUS ได้เพิ่มชุดโปรเซสเซอร์ U-series Core i7 หรือ i5, หนา 12.9 มม. 
น้ำเพียง 1 กิโลกรัม (2.2 ปอนด์), หน้าจอแสดงผลขนาด 13.3 นิ้ว มีให้เลือกความละเอียดระดับ 4K และ 1080p, อัตราส่วนหน้าจอกับตัวเครื่อง 85 เปอร์เซ็นต์, พอร์ตการเชื่อมต่อแบบ USB-C มี 3 พอร์ต (โดยมี 2 พอร์ตรองรับการเชื่อมต่อความเร็วสูงแบบ Thunderbolt 3) และช่องเสียบหูฟัง
ZenBook S จะวางจำหน่ายในวันที่ 11 มิถุนายนที่จะถึงนี้ มี 2 สีให้ได้เลือก คือ สีน้ำเงินเข้มและสีแดง ราคาเริ่มต้นที่อยู่ที่ 1,199 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 38,200 บาท

ความคิดเห็น: การผลิตเทคโนโลยีใหม่ๆนั้นดีเพราะมีความหลากหลายทำให้ผู้คนได้มีตัวเลือกมากขึ้น

ที่มา<<THAI WARE>>